ผู้เขียน: admin

เจอแล้ว !!!!  วัยรุ่นโพสต์คลิปเตะเด็กอายุประมาณหนึ่งขวบ

เจอแล้ว !!!!  วัยรุ่นโพสต์คลิปเตะเด็กอายุประมาณหนึ่งขวบ พร้อมขู่ฆ่าถ้าภายใน 2 วันแม่ของเด็กไม่มารับลูก

ได้มีการแชร์คลิปเด็กชายตัวน้อยอายุประมาณหนึ่งขวบถูกผู้ชายคนหนึ่งทำร้ายร่างกายโดยในภาพจะเห็นว่าชายคนดังกล่าวทั้งเตะและต่อย และเอามือตบหน้าเด็ก ซึ่งเด็กชายตัวน้อยก็กลิ้งตามแรงที่ถูกกระทำพร้อมทั้งร้องไห้จ้า โดยปัจจุบันทางคุณ ปวีณา พร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าไปช่วยเหลือเด็กชายคนในคลิปดังกล่าวออกมาเรียบร้อยแล้ว

  โดยมีรายงานข่าวออกมาว่าผู้ที่กระทำการทำร้ายเด็กและได้โพสต์คลิปนี้ลงโซเชียวนั้นอายุเพียงแค่ 14 ขวบเท่านั้นเอง โดยเด็กชายอายุ 14 ปีบอกว่าที่กระทำการดังกล่าวเพราะว่าอยากให้แม่เด็กมารับลูกของตัวเองเสียที เพราะนำเด็กมาทิ้งเอาไว้ให้เลี้ยงนานแล้ว จึงเกิดบันดาลโทสะเตะและตบอย่างที่เห็น

      จากในคลิปที่ชาวโซเชียวได้มีการแชร์กันอยู่ในขณะนี้นั้น จะเห็นว่าในคลิปจะมีเด็กผู้ชายตัวเล็กเล็กคนหนึ่งอายุไม่น่าจะเกิน 1 ขวบกำลังถูกเตะและตบในห้องพักห้องหนึ่ง ซึ่งจากในคลิปจะเห็นว่าเด็กร้องไห้อยู่ตลอดเวลาและคนที่ถ่ายคลิปก็จะตะโกนด่าพร้อมกับทำร้ายเด็กไปด้วย ซึ่งมีการระบุให้แม่ของเด็กให้มารับตัวเด็กภายใน 2 วันไม่เช่นนั้นแล้วจะมีการฆ่าเด็กคนนี้ให้ตาย

ซึ่งภายหลังที่มีการเผยแพร่คลิปนี้ออกมา ได้มีคนส่งเรื่องถึง นางปวีณา  หงสกุล ที่กำลังดำรงตำแหน่งประธานมูลนิธิปวีณาฯ และเมื่อคุณปวีณาเห็นคลิปก็รีบประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทันทีพร้อมกับช่วยกันตามหาที่อยู่ของห้องพักหลังดังกล่าวเพื่อที่จะได้เข้าไปช่วยเหลือเด็กออกมา และจากความช่วยเหลือจากหลายหลายฝ่าย ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้คุณปวีณาสามารถช่วยเหลือเด็กชายออกมาได้แล้ว

และเมื่อตรวจสอบดูก็พบว่าคนที่ถ่ายคลิปและทำร้ายเด็ก เป็นเพียงเด็กชายอายุเพียงแค่ 14 ปีเท่านั้นซึ่งเขาเป็นญาติกับแม่ของเด็กที่ถูกทำร้าย โดยเขาให้เหตุผลว่าเขาโกรธแม่ของเด็กที่นำเด็กมาทิ้งเอาไว้แล้วไม่มาดูแลลูกของตัวเอง จึงต้องการที่จะข่มขู่แม่ของเด็กเพียงเท่านั้น

ในขณะนี้คุณปวีณาได้พาแม่ของเด็กมารับตัวเด็กชายและพาไปตรวจร่างกายที่สถานีตำรวจเรียบร้อยแล้ว ส่วนเด็กที่ทำความผิดตอนนี้อยู่เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการสอบสวน จากเหตุการณ์นี้จะเห็นได้ว่าอายุเพียงแค่ 14 ปีก็มีนิสัยรุนแรงและสามารถทำร้ายคนอื่นได้โดยทีไม่รู้สึกว่าเป็นความผิดเสียแล้วและคงต้องให้เจ้าหน้าตำรวจตรวจสอบเพิ่มว่าคนในครอบครัวของเด็กชาย 14 ปีรู้เห็นกับเหตุการณ์ในครั้งนี้ด้วยหรือไม่

 

 

สนับสนุนโดย  entaplay มือถือ

กินเกี๊ยวทอด เคี้ยวไปเจอฟันเด็กตอนแรกนึกว่า เอ็นหมู

   เมื่อวันที่ 23 เดือนมิถุนายนปีพศ2563 มีหญิงสาวคนหนึ่งเธอได้โพสต์เรื่องราวที่เธอไปประสบพบเจอมาด้วยตนเองและเป็นเรื่องที่เธอนั้นรู้สึกสยดสยองเป็นอย่างมากเธอจึงได้นำมาบอกเล่าให้เพื่อนใน Facebook ของเธอได้รับรู้และเป็นอุทาหรณ์ให้หลายๆคนนั้นที่อยากจะกินอาหารที่ซื้อจากร้านค้าให้พิจารณาร้านค้าให้ดีก่อนที่จะซื้ออาหารชิ้นนั้น

มีความสะอาดและปลอดภัยหรือไม่โดยระบุว่าเธอนั้นได้ไปซื้อลูกชิ้นเกี๊ยวซึ่งมีการทอดขายตามรถเข็นมากินหลังจากที่เธอเขียวลูกชิ้นเดียวเข้าไปได้สักพักเธอรู้สึกเหมือนกับว่าเธอเขียวไปโดนอะไรแปลกๆเธอจึงได้คายออกมาดูตอนแรกเธอก็นึกว่าสิ่งที่เธอกำลังเคี้ยวอยู่นั้นคือเอ็นหมูแต่เมื่อเธอจับพลิกไปพลิกมาดูดีๆแล้วพบว่ามันไม่ใช่เอ็นหมู

แต่มันคือฟันของเด็กและเป็นฟันที่ถูกอีกด้วยทำเอาเธอพวกแตกเลยทีเดียว อย่างไรก็ดีเธอได้มีการไปต่อว่าแม่ค้าที่เธอซื้อเกี๊ยวมาแต่แม่ค้าบอกว่าแม่ค้าไม่ได้ทำเอง แต่รับมาจากร้านอื่นอีกทอดหนึ่ง เธอจึงไม่สามารถทำอะไรแม่ค้าได้นอกจากแก้ปัญหาให้แม่ค้าทราบเพื่อที่จะได้ระมัดระวังในการซื้อของมาขายอย่างไรก็ตามเธอได้พ้นเรื่องนี้เพื่อต้องการให้เป็นอุทาหรณ์ให้ใครหลายๆคน

นั้นให้ระมัดระวังเวลาเคี้ยวไปเจอสิ่งแปลกปลอมก็ให้คายออกมาดูก่อนอย่าไปคิดเองเออเองว่าสามารถกินได้เพราะอาจจะเจอเหมือนกับเธอก็ได้ซึ่งข่าวเกี่ยวกับเรื่องของสิ่งแปลกปลอมปนไปในอาหารนั้นค่อนข้างที่จะมีเยอะไม่ว่าบางคนนั้นอาจจะเจอหางของจิ้งจกตกไปในอาหารหรือแม้แต่ตะขาบที่ซ่อนอยู่ในหลอดแก้วน้ำ

ก็เคยเจอกันมาแล้วดังนั้นเธอคาดว่าในปัจจุบันนี้อาหารที่มีการซื้อกินนั้นส่วนใหญ่อาจจะไม่ค่อยสะอาดมากนักจึงอยากจะแนะนำให้คนที่ซื้ออาหารกินลองตรวจสอบร้านที่เราซื้อว่าร้านนั้นมีความสะอาดมากแค่ไหนและที่สำคัญเธออยากฝากไปถึงเจ้าของร้านที่มีการผลิตเช่นร้านนี้ที่ผลิตลูกชิ้นเกี๊ยวขายว่าถ้าหากว่าคุณขายของคุณต้องระมัดระวังเรื่องของความสะอาด

ให้เป็นอย่างดีอะไรเพราะไม่เช่นนั้นก็อาจจะมีสิ่งของปะปนมาในอาหารที่คุณขายก็ได้อย่างไรก็ตามผู้โพส Facebook รายนี้บอกว่าเธอต้องการโพสต์แค่เตือนใจเท่านั้นและไม่ได้คิดที่จะเอาความผิดกับทางคนขายแต่อย่างใดโดยเธอเข้าใจว่าคนขายนั้นก็คงไม่รู้และคงไม่ได้ตั้งใจที่จะให้เรื่องราวแบบนี้เกิดขึ้นอีกทั้งเธอได้คุยกับคนขายแล้วพบว่าคนขายนั้นที่บ้านก็ไม่มีเด็ก 

 

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  next88

อัดคลิปแฉพร้อมกับแปะข้อความประจาน

เพื่อนข้างห้องทำกิจกรรมเข้าจังหวะเสียงดังจนสาวข้างห้องทนไม่ไหวต้องอัดคลิปแฉพร้อมกับแปะข้อความประจาน

           สำหรับปัญหาอีกอย่างหนึ่งของคนที่อยู่คอนโดหรือห้องเช่าที่มีห้องอยู่ติดกันก็คือปัญหาที่ห้องข้างๆนั้นมักจะทำอะไรแล้วส่งเสียงดังไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเปิดดูหนังเสียงดังหรือการพูดคุยกันหรือบางครั้งก็มีการทะเลาะกันเสียงดังและที่หนักสุดก็คือการที่ข้างห้องนั้นทำกิจกรรมเข้าจังหวะร่วมกันแล้วเกิดเสียงดังรบกวนเพื่อนข้างห้อง

ซึ่งแน่นอนว่าปัญหาแบบนี้คนที่เคยอาศัยอยู่ในคอนโดหรือคนที่อาศัยอยู่ในห้องเช่าต่างๆมักจะพบปัญหาแบบนี้กันแทบจะทั้งนั้นยิ่งถ้าหากว่าคอนโดหรือห้องเช่ามีผนังกั้นที่ทำไม่หนานักมักจะได้ยินเสียงดังมากเป็นพิเศษอย่างไรก็ตามในโลกออนไลน์ได้มีหญิงสาวคนหนึ่งเธอได้มีการอัดคลิปเสียงโดยเธอมีการนำคลิปดังกล่าวนั้นมาเผยแพร่ในโลกออนไลน์ของเธอ

พร้อมกับถามเพื่อนๆในโลกโซเชียลของเธอว่าสิ่งที่เธอทำนั้นมันถูกต้องแล้วหรือไม่หรือเธอควรจะทำอย่างไรโดยเธอได้อัดเสียงให้ฟังว่าเป็นเสียงที่เธอต้องทนฟังแทบจะทุกวันและแทบจะตลอดเวลาเพราะข้างห้องนั้นมักจะมีการทำกิจกรรมเข้าจังหวะการไม่เป็นเวลาบางวันก็ 24:00 น บางวันก็ 05:00 น อย่างวันนี้ก็ทำกันในห้องน้ำมีเสียงดังกึกก้องทำให้เธอนั้นนอนไม่หลับ

ซึ่งเธอได้เคยติดป้ายเตือนเอาไว้แล้วว่าให้ทำกันเบาๆแต่ค่าห้องก็ยังคงทำเสียงดังอยู่ซึ่งในวันนี้เองเธอก็มีการติดป้ายบอกค่าห้องอีกครั้งหนึ่งพร้อมทั้งอัดคลิปเสียงมาให้คนในโลกออนไลน์ช่วยกันหาแนวทางแก้ไขให้กับเธอด้วยเพราะว่าเธอต้องทำงานและตื่นเช้าทำให้เธอนั้นทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว

ซึ่งเธอได้บอกได้ว่าตอนนี้เธอได้นำคลิปเสียงดังกล่าวนั้นไปแจ้งเจ้าของหอพักเป็นที่เรียบร้อยแล้วโดยเธอบอกว่าเจ้าของหอพักนั้นจะช่วยเหลือเธอในการแก้ไขปัญหาในครั้งนี้

           สำหรับเรื่องราวเหล่านี้แน่นอนว่าหากคนที่ได้ยินเสียงดังแบบนี้ถ้าจะทุกวันก็คงจะทนไม่ไหวส่วนหนึ่งนั้นเพราะรบกวนการนอนของเพื่อนบ้านนั่นเองอย่างไรก็ตามสำหรับใครที่มักจะมีกิจกรรมเข้าจังหวะกันบ่อยบ่อยก็ควรจะใช้เสียงให้เบาเพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนเพื่อนบ้านซึ่งถ้าหากเพื่อนบ้านอัดคลิปมาใช้แบบนี้ก็จะสร้างความอับอายให้กับคุณได้เช่นเดียวกันดังนั้นหากจะทำอะไรก็ควรจะมีการเกรงใจข้างห้องจะเป็นการดีที่สุดนั่นเอง 

 

 

สนับสนุนโดย  entaplay

หญิงชราวัย 64 ปีเสียชีวิตภายในบ้านพัก

หญิงชราวัย 64 ปีเสียชีวิตภายในบ้านพัก หลานช็อคเมื่อเห็นสุนัขที่เลี้ยงไว้กำลังแทะศพ

       เรื่องราวที่น่าสนใจเกิดขึ้นที่บ้านหลังหนึ่งซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่หนองแขม  โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุจากเด็กชายวัย 13 ปีว่ายายของเขาได้เสียชีวิตที่บ้านพักและขณะที่พบศพนั้นกำลังถูกหมาที่เลี้ยงเอาไว้แทะใบหน้า

         จากการสอบสวนเด็กชายวัย 13 ปีที่พบศพเป็นคนแรกระบุว่าบ้านหลังดังกล่าวที่ยายวัย 64 ปีเสียชีวิตนั้นเขาอาศัยอยู่กับยายเพียงแค่สองคนเท่านั้นเลยเขาจะมีพ่อที่ทำงานอยู่ต่างจังหวัดคอยส่งเงินมาให้เพื่อที่เอาไว้เป็นค่าใช้จ่ายซึ่งยายของเขานั้นขนาดนี้สุขภาพร่างกายไม่แข็งแรงเนื่องจากเป็นโรคร่างกายอ่อนแรงดังนั้นมักจะพบปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของเวลาที่เดินแล้ว

มักจะล้มหรือบางทีก็จะสลบซึ่งในวันที่เกิดเหตุนั้นในช่วงเวลากลางคืนเข้าและยังพูดคุยกันปกติหลังจากนั้นประมาณ 21:00 น เขาและยายก็แยกย้ายกันเข้านอนและเมื่อเขาตื่นขึ้นมาในช่วงสายก็เห็นว่ายายนั้นนอนเสียชีวิตอยู่กลางบ้านโดยมีหมาที่เลี้ยงเอาไว้ 1 ตัวกำลังแทะกินใบหน้าของยายอยู่ซึ่งหมาตัวดังกล่าวนั้นเป็นหมาพันธุ์บางแก้ว

มันมีอายุแค่เพียง 2 เดือนเท่านั้นอย่างไรก็ตามเด็กชายเล่าว่าบ้านที่เขาอยู่กับยายนี้เป็นเพียงแค่บ้านเช่าเท่านั้นดังนั้นเงินที่พ่อส่งมาให้ก็จะมีการจ่ายค่าเช่าบ้านและค่าใช้จ่ายต่างๆซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 เดือนมิถุนายนปีพศ2563 อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังนำร่างของผู้เสียชีวิตไปทำการตรวจพิสูจน์หลักฐานว่าผู้เสียชีวิตนั้นได้เสียชีวิตก่อนที่จะถูกหมากัดแทะที่ใบหน้าหรือว่าเสียชีวิตหลังจากที่ถูกหมากัดแทะที่ใบหน้าและต้องไปทำการตรวจสอบสาเหตุการเสียชีวิตของหญิงชราอีกครั้งหนึ่ง

       จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ทำให้เราเห็นได้ว่าสุขภาพร่างกายของคนเรานั้นเป็นสิ่งสำคัญซึ่งการเสียชีวิตของหญิงวัย 64 ปีในครั้งนี้ก็สามารถเป็นอุทาหรณ์ให้กันหลายๆคนได้เป็นอย่างดีว่าญาติผู้ใหญ่ของเรานั้นมีอาการป่วยควรจะดูแลอย่างใกล้ชิดอย่างกรณีนี้ถ้าหลานชายมีการนอนอยู่ห้องเดียวกันกับยายก็อาจจะทำให้ทราบได้ว่ายายนั้นล้มลงช่วงเวลาไหน

ซึ่งอาจจะสามารถช่วยเหลือให้ยายโดยการนำยายส่งโรงพยาบาลได้ทันท่วงทีก็เป็นไปได้ สำหรับเรื่องราวในครั้งนี้เกิดขึ้นเนื่องจากว่ายายนั้นก็อยู่กับหลานที่มีอายุอย่างน้อยมากเกินไปจึงอาจจะทำให้ระเริงในการที่จะดูแลเอาใจใส่ยายที่กำลังป่วยซึ่งทางที่ดีนั้นควรจะต้องมีผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงคอยดูแลทั้งเด็กและผู้ใหญ่ที่ป่วยไม่ควรปล่อยให้เด็กและคนชราอยู่กันเพียงลำพัง 2 คนเพียงเท่านี้เพราะถ้าเกิดเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นก็จะไม่สามารถช่วยเหลือกันและกันได้นั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  ทางเข้าrb88

การแต่งตัวผู้ชายในงานสำคัญ

การแต่งตัวถือเป็นสิ่งที่อยู่ภายนอกร่างกายและเป็นสิ่งที่สามารถบ่งบอกถึงลักษณะนิสัยและLife style คนๆนั้นได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว ยกตัวอย่างเช่นผู้ชายที่มีการแต่งตัวดูเนี๊ยบเสื้อผ้านั้นมีความเรียบร้อยและสะอาดอยู่ตลอดเวลาแน่นอนว่าผู้ชายที่แต่งตัวในลักษณะนี้นั้นจะค่อนข้างเป็นผู้ชายที่มีความเรียบร้อยและให้ความสำคัญในการแต่งตัวนั่นเอง

หรือผู้ชายที่แต่งตัวเซอร์ก็อาจจะบอกได้ว่าผู้ชายคนนั้นเป็นคนที่มีลักษณะนิสัยและรักในการแต่งตัวสบายเป็นต้น ต้นที่กล่าวมานั้นอาจจะไม่ได้ตรงกับลักษณะนิสัยของผู้ชายทั้งหมดแต่การแต่งตัวนั้นก็สามารถคาดเดาได้ว่าผู้ชายคนนั้นมีลักษณะอย่างไรนั่นเอง

นอกจากนี้การแต่งตัวของผู้ชายงานสำคัญต่างนั้นถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมาก ถึงแม้ผู้ชายในแต่งละคนนั้นจะมีการแต่งตัวหรือความชอบในการแต่งตัวที่แตกต่างกันไป แต่ถ้าหากต้องออกงานสำคัญหรือต้อมีการเข้าร่วมพิธีการที่สำคัญนั้นการให้ความสำคัญในเรื่องการแต่งตัวจึงสำคัญอย่างมากและการแต่งตัวของผู้ชายในงานสำคัญนั้นก็จะแบ่งออกเป็นงานสำคัญคืองานงานแต่งงานทั้งผู้ชายที่เป็นคนแต่งงานและผู้ชายที่เข้าร่วมงาน สำหรับการแต่งตัวของผู้ชายที่เป็นคนแต่งงานนั้น ถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เพราะในวันสำคัญนี้นั้นเราจะต้องดูดีที่สุดในงาน

การแต่งตัวส่วนใหญ่แล้วผู้ชายที่แต่งงานนั้นก็จะเน้นในการใส่ชุดสูทซึ่งชุดสูทนั้นก็มีมากมายหลายแบบแต่ที่นิยมใส่กันนั้นก็คือ ชุดสูทเข้ารูปเพราะจะช่วยทำให้หุ่นของผู้ชายนั้นดูเฟิร์มนั่นเอง ส่วนสีสูทนั้นที่นิยมจะเป็นสีดำ ขาว น้ำงาน แดง เป็นต้น ซึ่งก็แล้วแต่ความชอบของผู้ชายคนนั้น ส่วนด้านในนั้นก็จะเน้นการใส่เสื้อเชิ้ตซึ่งเสื้อเชิ้ตนั้นก็จะเน้นเป็นสีขาวหรือสีตามสูทก็ได้

แต่อาจจะต้องระวังในการเลือกเสื้อเชิ้ตด้านในนิดนึงต้องเลือกสีที่ไม่เด่นเกินสูทด้านนอกนั่นเอง และกางเกงนั้นจะเน้นเป็นกาเกงสแล็คที่สีเดียวกับสูทเพื่อให้มีความเข้าชุดและสีไม่โดดออกจากกันและที่สำคัญคือโบว์หูกระต่ายก้จะต้องเลือกสีเข้ากับชุดหรืออาจจะเลือกสีที่โดดออกจากสีชุดก็ได้ เช่น ใส่สูทดำกางเกงดำก็อาจจะเลือกเป็นโบว์สีแดง เป็นต้น

และสำหรับผู้ชายที่เข้าร่วมในงานแต่งงานนั้น ก็สามารถเลือกแต่งตัวเป็นชุดสูทได้แต่แนะนำให้เป็นสีดำมากกว่าสีอื่นเพื่อไม่ให้เกิดการโดดเด่นกว่าเจ้าของงานนั่นเอง และสำหรับคนที่ไม่มีสูทหรืออาจจะไม่ชอบใส่สูทก็สามารถใส่เสื้อเชิ้ตแขนยาวกับกางเกงสแล็คสีดำก็ได้ แต่เสื้อเชิ้ตนั้นควรเลือกเป็นสีที่เหมาะสมหรือสีที่เข้ากับธีมของงานแต่งนั้นๆ เช่น สีขาว ชมพู สีฟ้า เป็นต้น ไม่ควรใส่เสื้อเชิ้ตสีดำเพราะเหมือนเป็นการไม่ให้เกียรติเจ้าของงานนั่นเอง

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  เว็บพนัน หวย

รปภ. กราดยิงรถทนายความแล้ว จัดฉากว่ามีการขโมยปาร์ม

         วันที่ 17 เดือนมิถุนายนปีพศ2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุมีเหตุยิงกันเกิดขึ้นภายในสวนปาล์มแห่งหนึ่งที่จังหวัดกระบี่โดยเมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงพบว่ามีร่องรอยกระสุนปืนประมาณเกือบ 30 นัดตกอยู่ในที่เกิดเหตุและมีรถกระบะ 2 คันจอดอยู่ซึ่งสภาพของรถกระบะนั้นถูกกระสุนปืนยิงกระจกแตกได้รับความเสียหายอย่างไรก็ตามเหตุการณ์ในครั้งนี้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 คนเป็นเด็กชายอายุ 13 ปี

ซึ่งเด็กชายคนดังกล่าวนั้นไม่ได้เป็นคนที่อยู่ในรถกระบะทั้ง 2 คันแต่เป็นชาวบ้านที่ไปซื้อของและกำลังจะเดินทางกลับบ้านบังเอิญผ่านมาตรงเส้นทางดังกล่าวพอดีเป็นจังหวะที่กำลังมีการยิงกันจึงทำให้ถูกลูกหลงถูกอาวุธปืนยิงเข้าที่ขา   สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ทางด้านผู้เสียหายซึ่งเป็นทนายความชื่อว่านายชูวงษ์ได้มีการเล่าให้เจ้าหน้าที่ตำรวจฟังว่าในช่วงเวลาเกิดเหตุนั้นเขาได้มีการนัดกับนางสาววงเดือนให้มาคุยกันเกี่ยวกับเรื่องของการฟ้องร้องเรื่องที่ดิน

เพื่อจัดสรรปันส่วนเนื่องจากว่าที่ดินบริเวณนี้มีปัญหาเรื่องของการแก่งแย่งที่ดินกันระหว่างนายทุนและชาวบ้านตัวนายชูวงษ์เองซึ่งเป็นตัวแทนของชาวบ้านได้มีการมาพูดคุยเพื่อที่จะได้มีการยื่นเรื่องเกี่ยวกับเรื่องของการแบ่งที่ดินให้กับชาวบ้านเอาไว้ใช้ทำมาหากินโดยตลอดระยะเวลาที่รับทำคดีนี้ให้กับชาวบ้านนั้น ทนาย ชูวงศ์ ยังบอกอีกด้วยว่าตนเองนั้นถูกข่มขู่จากกลุ่มนายทุนมาตั้งแต่รับทำคดีนี้ช่วงประมาณต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมาแล้วซึ่งในวันดังกล่าวที่เกิดเหตุนั้นตนเอง

ได้นำรถกระบะมาแต่ไม่กล้าที่จะนั่งรถของตนเองจึงได้นั่งรถกระบะอีกคันหนึ่งและให้คนขับรถนั้นขับรถกระบะของตนเองตามหลังเมื่อถึงจุดเกิดเหตุได้มีผู้ชายคนหนึ่งยืนขวางบริเวณหน้ารถและได้ใช้อาวุธปืนยิงเข้ามาซึ่งกระสุนปืนทำให้กระจกแตกตนเองจึงได้ให้คนขับรถนั้นขับฝ่าหนีออกไปได้ส่วนลดอีกคันนึงนั้นได้ยินเสียงว่ามีการยิงประมาณเกือบ 20 นัดด้วยกันซึ่งหลังจากนั้นพบว่าทั้งคนขับรถทิ้งรถแล้วหลบหนีออกมาจึงไม่ได้เป็นอันตรายอะไรหลังจากนั้นพบว่ากลุ่มคนที่มายืนยิงถล่มรถนั้นพากันนำปาล์มมาโยนใส่ไว้ท้ายรถกระบะโดยทนายชูวงศ์เชื่อว่าน่าจะเป็นการจัดฉากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ

เชื่อว่าเหตุการณ์ยิงกันเกิดขึ้นนั้นเพราะชาวบ้านคิดว่าทนายชูวงศ์นั้นมาขโมยปาร์ม อย่างแน่นอน ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สามารถจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้ 1 คนซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของบริษัทแห่งหนึ่งที่เป็นบริษัทเกี่ยวกับการรับซื้อปาล์มด้วยเข้าให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าเขาออกปฏิบัติงานตามปกติและพบว่ารถ 2 คันนั้นกำลังขโมยลูกปาล์มออกจากพื้นที่เขาจึงได้ทำการยิงสกัดเอาไว้แต่อย่างไรก็ตามนั้นทางด้านชาวบ้านที่อยู่ในเหตุการณ์ร่วมกับทนายได้มีการออกมาเป็นพยานว่าทนายความนั้นไม่ได้มีการขนปาล์มอย่างแน่นอนจึงทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นกำลังทำการตรวจสอบอยู่ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นการจัดฉากจากนายทุนเพื่อหวังใส่ร้ายทนายชูวงศ์

 

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนัน ดีที่สุด pantip

งูเหลือมยักษ์ขนาดใหญ่ประมาณ 7เมตร รัดคอหนุ่มวัย 16 ปีเสียชีวิต

          มีรายงานข่าวมาจากสำนักข่าวของกระปุกดอทคอมซึ่งมีการนำข่าวมาจากเว็บไซต์ของต่างประเทศอีกต่อหนึ่งเป็นการระบุเรื่องราวเกี่ยวกับเรื่องของชายหนุ่มวัย 16 ปีที่ต้องมาสังเวยชีวิตตนเองเพราะว่าถูกงูเหลือมตัวใหญ่ขนาด 7 m รัดจนเสียชีวิต  สำหรับเด็กชายวัย 16 ปีที่เสียชีวิตนี้ครับนี้เขามีชื่อว่า อัลเฟียน  โดยตามรายงานข่าวนั้นไม่ได้ระบุว่าหนุ่มวัย 16 ปีนี้

เป็นคนประเทศอะไรเพียงแต่มีข้อความระบุว่า อัลเฟียน และเพื่อนๆของเขาอีกหลายคนนั้นได้มีการชักชวนกันไปเที่ยวน้ำตกซึ่งระหว่างที่พวกเขากำลังเดินทางไปเที่ยวน้ำตกนั้นปรากฏว่ามีช่วงจังหวะหนึ่งที่อัลเฟียนนั้นเดินอยู่ด้านหลังสุดของเพื่อนๆอย่างไรก็ตามขณะที่กำลังเดินอยู่นั้นเพื่อนๆของอัลเฟียนก็ได้ยินเสียงร้องของเขาขอความช่วยเหลือ

แล้วเมื่อหันหลังกลับไปก็พบว่า อัลเฟียนกำลังถูกงูเหลือมขนาดใหญ่รัดตัวอยู่โดยลักษณะของการรัฐของงูเหลือมนั้นรักทั้งลำตัวและขอดวงถึงขณะเดียวกันนั้นหัวของงูเหลือมกำลังอยู่บริเวณปลายเท้าของอัลเฟียน ซึ่งลักษณะการวัดแบบนี้นั่นหมายถึงว่างูเหลือมตัวดังกล่าวนั้นพร้อมที่กำลังจะกินอัลเฟียนเข้าไปในร่างกายแล้วเมื่อเพื่อนๆเห็นดังนั้นจึงพากันวิ่งเข้ามาช่วยโดยหลายคนนั้นได้หาไม้พยายามตีทำร้ายงูเหลือมตัวดังกล่าวแต่ยิ่งเพื่อนของอัลเฟียนตีงูมากเท่าไหน

มันก็ยิ่งรัดร่างของอัลเฟียนแน่นขึ้นมาเท่านั้นและที่สำคัญงูเหลือมตัวดังกล่าวน่าจะหิวมากเพราะมันค่อนข้างดุร้ายระหว่างที่มันกำลังรัดร่างของอัลเฟียน หัวของมันนั้นก็ต่อสู้กับกลุ่มเพื่อนๆของอัลเฟียนไปด้วยและได้ทำร้ายเพื่อนของอัลเฟียน  ได้รับบาดเจ็บไปทั้งสิ้น 2 คนด้วยกันโดยมันทำการกัดเด็กหนุ่มทั้งสองคนที่พยายามเข้ามาช่วยเหลืออัลเฟียน 

อย่างไรก็ตามเมื่อเพื่อนของอัลเฟียนเห็นว่าไม่สามารถต่อสู้กับงูได้พวกเขาจึงได้วิ่งไปร้องขอให้ชาวบ้านนั้นมาช่วยเหลือโดยชาวบ้านที่อยู่ในบริเวณดังกล่าวก็ร่วมใจกันนำอาวุธมีทั้งมีดและขวานพากันมาลงสักร่างกายของงูเหลือมตัวดังกล่าวจนในที่สุดก็ตายแต่ก็เป็นที่น่าเสียใจว่าพวกชาวบ้านและเพื่อนๆของอัลเฟียน ไม่สามารถที่จะช่วยเหลือเขาได้ทัน

เพราะในที่สุดนั้นอัลเฟียน  ก็เสียชีวิตจากการที่เขาถูกงูเหลือมรัดเป็นเวลานานนั่นเองอย่างไรก็ตามศพของ อัลเฟียน ได้ส่งไปให้ทางญาติและผู้ปกครองของอัลเฟียน เป็นที่เรียบร้อยแล้วเพื่อนำไปประกอบพิธีเกี่ยวกับศพทางด้านศาสนาต่อไปอย่างไรก็ตามสำหรับเพื่อน 2 คนของอัลเฟียน  ที่ถูกงูเหลือมกัดด้วยนั้นตอนนี้ก็กำลังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล เนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงหน้าฝนงูจึงมักจะมีชุกชุม

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนัน ไม่ผ่านเอเย่นต์

ปัญหาเพื่อนบ้านหากไม่ได้แก้ไขก็จะยิ่งลุกลามมากยิ่งขึ้น

         ปกติแล้วในหมู่บ้านใหญ่ๆนั้นมักจะมีการทำลายหมู่บ้านเพื่อให้ลูกบ้านนั้นสามารถรับข้อมูลข่าวสารจากทางนิติบุคคลของหมู่บ้านได้ซึ่งจริงๆแล้วในหมู่บ้านนี้ไม่ใช่เฉพาะแค่ในหมู่บ้านใหญ่ๆอย่างเดียวแต่รูปบ้านกลุ่มประเภทคอนโดเองก็ต้องมีหลายหมู่บ้านเอาไว้ติดต่อสื่อสารกันเช่นเดียวกันสำหรับเรื่องราวที่จะพูดถึงเองตอนนี้ก็คือการอยู่ร่วมกันในสังคมของหมู่บ้านและคอนโด

ซึ่งถ้าหากหมู่บ้านไหนหรือคอนโดไหนลูกบ้านนั้นรักใคร่กลมเกลียวสามัคคีกันช่วยเหลือกันก็จะทำให้หมู่บ้านน่าอยู่และแน่นอนว่าความเจริญของหมู่บ้านจะตามมาแน่นอนแต่ในขณะเดียวกันถ้าลูกบ้านในหมู่บ้านนั้นต่างก็พยายามทะเลาะเบาะแว้งกันแก่งแย่งชิงดีกันหรือประชันกันก็จะส่งผลต่อหมู่บ้านเช่นเดียวกันว่าหมู่บ้านนั้นจะพัฒนาได้ช้าหรือแทบจะไม่พัฒนาเลยเนื่องจากว่าลูกบ้านไม่มีความปรองดองกันนั่นเองส่วนใหญ่ปัญหาที่พบนั้นก็จะมีหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นการที่เพื่อนบ้านนั้นนำรถมาจอดหน้าบ้านของคนอื่น

โดยไม่ใช่ไม่มีความเกรงใจหรือการที่เพื่อนได้นั้นมีการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงแล้วปล่อยให้มาฉี่อึหน้าบ้านของคนอื่นหรือเป็นที่อื่นตามที่สาธารณะในหมู่บ้านแล้วเจ้าของสุนัขหรือแมวไม่ยอมเก็บก็จะทำให้เกิดการทะเลาะวิวาทกันได้อย่างที่เป็นสาเหตุของการทะเลาะวิวาทกันของคนในหมู่บ้านก็คือเกี่ยวกับเรื่องของการเก็บขยะ

เพราะอย่างที่เราทราบกันดีว่าแต่ละหมู่บ้านก็จะต้องมีการจ้างรถขนขยะไปทิ้งแต่ในปัจจุบันนี้ประเทศไทยเองก็ได้มีแนวความคิดที่จะนำวิถีการเก็บขยะของชาติตะวันตกมาใช้งานไม่ได้คือการกำหนดเกี่ยวกับเรื่องของวันว่าวันไหนจะมาเก็บขยะเกี่ยวกับอะไรซึ่งทำให้คนในหมู่บ้านนั้นมักจะมีปัญหาเรื่องของขยะล้นถังเพราะคนไทย

ส่วนใหญ่นั้นการทิ้งขยะนั้นจะเป็นการทิ้งขยะรวมโดยปกติแล้วคนไทยจะไม่แยกว่าขยะรีไซเคิลได้หรือไงเข้าไม่ได้คนที่จะไปทำการแยกนั้นจะต้องเป็นพนักงานเก็บขยะนั่นเองซึ่งล่าสุดที่พบปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของเพื่อนบ้านทะเลาะกันนั่นก็คือมีการนำถุงขยะมาทิ้งไว้หน้าบ้านแม้ว่าจะเป็นการทิ้งที่หน้าบ้านของตนเอง

ก็ทำให้หมู่บ้านนั้นดูไม่มีความสวยงามและที่สำคัญยังพบว่าการที่เรานำถุงดำที่ใส่ขยะมาทิ้งไว้หน้าบ้านนั้นจะทำให้สุนัขหรือแมวจรจัดที่ไม่มีเจ้าของมากัดถุงดำเสื้อเขียวหาอาหารและนั่นจะยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายมากยิ่งขึ้นเพราะว่าเพื่อนบ้านก็จะมีการทะเลาะกันเนื่องจากกลิ่นของขยะนำไปรบกวนเพื่อนบ้านกันเองดังนั้นปัญหาเพื่อนบ้านทะเลาะกันนั้นจริงๆแล้วมันมีทางออกเสมอแต่ทุกคนต้องร่วมด้วยช่วยกันไม่เห็นแก่ตัวฉะนั้นเพื่อนบ้านก็จะดูร่วมกันได้อย่างมีความสุขนั่นเอง

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  dewabet

ตำรวจฉาวอีกแล้วตั้งด่านตรวจฉี่เรียกเก็บเงิน 40,000 บาท

ตำรวจฉาวอีกแล้วตั้งด่านตรวจฉี่เรียกเก็บเงิน 40,000 บาทเจ้าอาวาสแฉลูกศิษย์โดนยัดคดีฉี่ม่วง

             สำหรับเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนี้เป็นเรื่องราวที่เจ้าอาวาสแห่งหนึ่งซึ่งเป็นพระที่อยู่ในวัดป่าของจังหวัดมุกดาหารได้ออกมาร้องเรียนผ่านสื่อมวลชนแทนลูกศิษย์ลูกหาของพระอาจารย์เองโดยเจ้าอาวาสท่านนี้ได้กล่าวว่าต้องการให้ทางสื่อนั้นช่วยดูแลและติดตามข่าวสารเกี่ยวกับเรื่องของคดียาเสพติดคดีหนึ่งซึ่งเป็นลูกศิษย์ของพระอาจารย์เองนั้นถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งด่านและขอตรวจฉี่ซึ่งเมื่อผ่าลูกศิษย์ของพระอาจารย์ไปทำการตรวจฉี่แล้วผลปรากฏว่าฉี่ออกมาเป็นสีม่วงทั้งที่ลูกศิษย์ของพระอาจารย์นั้นยืนยันว่าไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดเมื่อก่อน 

หลังจากนั้นทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจก็มีการเสนอขอยุติคดีให้เพียงแต่ลูกศิษย์ของพระอาจารย์จะต้องมีการจ่ายเงินค่าปิดคดีนี้เป็นจำนวนเงิน 40,000 บาทเส้นหลังจากที่ลูกศิษย์คนดังกล่าวนั้นทราบว่าตนเองต้องเสียเงินฟรี 4,000 บาทก็ไม่พอใจจึงมาเล่าเรื่องดังกล่าวให้พระอาจารย์ได้ฟังหลังจากนั้นพระอาจารย์จึงรีบได้นำตัวลูกศิษย์นั้นไปที่โรงพยาบาลเพื่อตรวจฉี่อีกครั้งหนึ่งปรากฏว่าฉี่ไม่มีสีม่วงทำให้พระอาจารย์นั้น ได้มีการไปแจ้งกับทางผู้บังคับบัญชาของนายตำรวจทีมดังกล่าวโดยบอกว่าให้ทำการตรวจสอบพฤติกรรมของตำรวจกลุ่มนั้น

เนื่องจากว่ามีพฤติกรรมที่สงสัยว่าจะยัดคดีให้กับประชาชนซึ่งหลังจากที่พระอาจารย์ไม่มีการไปร้องเรียนกับผู้บัญชาการของนายตำรวจแก๊งนั้นปรากฏว่าได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจแอบย่องเข้ามาขอเจรจากับพระอาจารย์ไม่ให้เรื่องราวดังกล่าวนั้นเป็นข่าวใหญ่โตซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนั้นทางด้านลูกศิษย์คนที่ถูกใส่ร้ายว่ามีฉี่สีม่วงนั้นเป็นชายฟังคนอายุ 46 ปี 1 คนและอายุ 63 ปี 1 คน

ซึ่งทั้งสองคนนั้นได้ขับรถพาญาติมาปฏิบัติธรรมที่วัดป่าขณะขับรถกลับบ้านปรากฏว่ามีด่านตรวจโดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ 6 คนตั้งด่านอยู่และบังคับพาไปตรวจฉี่ที่โรงพยาบาลหลังจากนั้นก็ออกมาบอกว่าเป็นฉี่ม่วงและเรียกร้องเงิน 40,000 บาทซึ่งทั้งสองคนก็ได้บอกตำรวจไปว่าไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดแต่มีการกินยาเกี่ยวกับเรื่องของโรคเก๊าท์และโรคความดันแต่ถ้าเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นยืนยันจะขอเงิน 40000 บาทหลังจากนั้นก็ได้มีการต่อรองกันเกิดขึ้นเนื่องจากว่าชายทั้งสองคนนั้นไม่มีเงินมากพอทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเรียกเก็บอยู่ที่ 15,000 บาท

ซึ่งมีการจ่ายเงินไปแล้วในวันที่ 21 เดือนมีนาคมช่วงเวลาประมาณ 21:00 นโดยการจ่ายเงินกันบริเวณข้างโรงพักไม่ได้มีการเสียค่าปรับการบนโรงพักแต่อย่างไรก็ตามที่พระอาจารย์ได้ออกมาร้องเรียนแทนลูกศิษย์นั้นก็เพราะว่าผลการตรวจของ 2 โรงพยาบาลนั้นไม่เหมือนกันเพราะโรงพยาบาลที่ตำรวจพาไปนั้นบอกฉี่สีม่วงแต่พอไปตรวจเองนั้นกลับไม่พบฉี่สีม่วง

จึงเข้าใจว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจน่าจะต้องการยัดยาเพื่อต้องการเรียกเงินและเมื่อมีการแจ้งเรื่องไปยังผู้บังคับบัญชาของนายตำรวจทั้ง 6 คนก็เรื่องเงียบและมีเจ้าหน้าที่ตำรวจติดต่อกลับมาเพื่อขอเจรจาจึงกลัวว่าจะเกิดความไม่เป็นธรรมและอาจจะมีการไต่สวนการล่าช้าจึงได้ติดต่อมาร้องสื่อมวลชนให้ติดตามคดีนี้ให้ด้วย

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  sagame666

สามเณรซึ่งเป็นญาติกันฆ่ากันตายเพราะเกม rov 

        การที่เกิดขึ้นเกิดเมื่อวันที่ 11  เดือนมิถุนายน ปีพ. ศ. 2563  โดยเกิดขึ้นที่วัดบ้านหนองโดนจังหวัดมหาสารคามซึ่งชาวบ้านได้มีการแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เดินทางไปชันสูตรศพสามเณรเกียรติศักดิ์ซึ่งถูกมีดแทงจนเสียชีวิตเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปถึงก็พบศพสามเณรเกียรติศักดิ์นอนอยู่และใกล้ๆกันนั้นมีสามเณร อีกคนหนึ่งนั่งร้องไห้อยู่ข้างๆศพ

จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นทราบว่าสามเณรทั้งสองคนนั้นเป็นญาติกันและมาบวชเรียนในช่วงที่ปิดเทอมซึ่งสามเณรที่เสียชีวิตนั้นอายุ 18 ปีส่วนอีกคนนึงนั้นอายุ 13 ปีอยู่ระดับเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 6 และระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 ซึ่งก่อนเกิดเหตุนั้นสามเณรที่ก่อเหตุทำร้ายพี่ชายตนเองจนถึงชีวิตนั้นได้เล่าว่า

เมื่อวานทั้งคู่รวมทั้งสามเณรคนอื่นๆได้มีการเล่นเกมร่วมกันซึ่งเป็นเกม rov โดยนัยคือดังกล่าวนั้นสามเณรวัย 13 ปีเป็นคนเล่นชนะแต่หลังจากเล่นชนะแล้วก็ถูกพี่ชายนั้นหลักฐานและบอกว่าจะแก้แค้นแล้วก็ยังมาต่อว่าเหมือนไม่พอใจที่ตนเองชนะซึ่งหลังจากที่รุ่งเช้าไปบิณฑบาตกลับมาและฉันข้าวเช้ากันแล้วสามเณรวัย 18 ปีก็ยังมาพูดจาต่อว่าว่าจะมีการแก้แค้นในเกม

และยังบอกด้วยว่าสามเณรวัย 13ปีนั้นเป็นคนขี้แย ปกติทั้งคู่แต่อยากมีกันรุนแรงแบบนี้อยู่แล้วแต่ว่าช่วงเวลาที่เกิดเหตุนั้นหลังจากที่ถูกล้อสามเณร 13 ปีจึงได้เดินออกมาจากตรงบริเวณที่กินข้าวมายังใต้ถุนกุฏิแต่สามเณรรุ่นพี่ก็ยังตามมาต่อว่าอีกทำให้ตนนั้นไม่พอไก่จึงได้เดินเข้าไปข้างในกุฏิ

เพื่อหามีดในขณะที่สำนักงานรุ่นที่นั้นวิ่งเข้ามาเหมือนจะเข้ามาหยอกล้อแต่บังเอิญว่าไปสะดุดกับเปลที่ผูกเอาไว้จนล้มซึ่งจังหวะนั้นเองสามเณรวัย 13 ปีได้ขว้างมีดออกไปพอดีและด้ามมีดเกิดหลุดตัวมีดที่เป็นเหล็กนั้นกระเด็นออกจากมือและพุ่งเข้าไปปักที่หน้าอกของสามเณรรุ่นพี่พอดี

ซึ่งบาดแผลมีความลึกถึง  10 cm ทำให้สามเณรรุ่นพี่นั้นเสียชีวิตทันทีหลังจากนั้นเมื่อเห็นว่ามีดปักที่หน้าอกของสามเณรรุ่นที่สามเณรที่ก่อเหตุก็ได้วิ่งไปตามให้คนมาช่วยแต่เมื่อมาถึงสามเณรรุ่นพี่ก็เสียชีวิตไปแล้วจึงได้ให้ชาวบ้านแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและตนเองก็ยืนรอมอบตัวอยู่

ซึ่งระหว่างรอตำรวจเดินทางมานั้นทางเจ้าอาวาสก็ได้มีการทำการสึกให้กับสามเณรวัย 13 ปีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดมาจากการที่เกิดการหยอกล้อกัน รุนแรงเกินไปจนทำให้เกิดเหตุการณ์ที่น่าเศร้านี้ขึ้น

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  เว็บพนัน แจกเครดิตฟรี ไม่ต้องฝาก