หมวดหมู่: ข่าวสังคมทั่วไป

หนุ่มขับรถกระบะพุ่งชนรถในโชว์รูมเสียหาย 3 คันรวด

      มีเหตุการณ์เกิดขึ้นที่ตรงบริเวณถนนเศรษฐกิจอำเภอกระทุ่มแบนจังหวัดสมุทรสาครเมื่อมีพ่อค้าคนหนึ่งขับรถกระบะมาตามเส้นทางดังกล่าวโดยหวังที่จะกลับบ้านหลังจากที่มีการไปขายของมาแล้วแต่มาถึงบริเวณที่เกิดเหตุกลับพบปัญหาระบบเบรคของรถกระบะตนเองนั้นขัดข้องทำให้ไม่สามารถควบคุมรถได้และลดได้เลี้ยวพุ่งเข้ามาในโชว์รูมซึ่งตั้งอยู่บริเวณด้านข้างถนนส่งผลให้รถที่จอดอยู่ในโชว์รูมนั้นได้รับความเสียหายทั้งสิ้น 3 คันด้วยกันซึ่งประเมินความเสียหายเบื้องต้นแล้วมีมูลค่ามากกว่า 1 ล้านบาท

            โดยเหตุการณ์ในครั้งนี้ได้มีกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ซึ่งในภาพวงจรปิดจะเห็นว่ามีรถกระบะคันหนึ่งวิ่งมาแล้วพุ่งเข้าชนโชว์รูมทันทีโดยผู้ที่เป็นเจ้าของรถกระบะนั้นชื่อว่านายเสถียรซึ่งเขาให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าเราและภรรยานั้นเป็นพ่อค้าขายของซึ่งจะวิ่งรถกระบะไปขายของตามตลาดนัดยังสถานที่ต่างๆ

และในวันที่เกิดเหตุนั้นตัวเขาเองและภรรยาก็ไปขายของที่ตลาดนัดเหมือนเคยหลังจากที่มีการขายของเสร็จเรียบร้อยแล้วพวกเขาก็ขับรถมาตามถนนเล่นเศรษฐกิจแต่ระหว่างที่ขับรถประมาณนั้นอยู่ๆรถของเขาก็เกิดมีเสียงดังกึกกักและระบบเบรคก็ไม่สามารถที่จะทำงานได้หลังจากนั้นรถก็มีอาการส่ายไปมาแล้วก็พุ่งเข้าชนร้านโชว์รูมซึ่งมีการสร้างอยู่ตรงข้างริมถนนใหญ่นั่นเองและจากการที่พวกตนในครั้งนี้ส่งผลให้รถในโชว์รูมดังกล่าวนั้นได้รับความเสียหายจำนวนทั้งสิ้น 3 คัน

ส่วนทางด้านลดของนายเสถียรเองก็ได้รับความเสียหายมากเหมือนกันรวมถึงเข้าของที่นำไปขายตามตลาดนัดก็ได้รับความเสียหายค่อนข้างเยอะเสถียรบอกเล่าถึงเรื่องรถคันดังกล่าวว่าช่วงที่รถมีปัญหาระบบเบรคนั้นเขาพยายามที่จะควบคุมรถแล้วแต่ไม่สามารถที่จะควบคุมรถได้ซึ่งรถคันที่เขาขับมานี้เขาซื้อมาตอนที่เป็นรถมือสองและขับรถนี้มานาน 1 ปีแล้วก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยมีปัญหาอะไรมาก่อนอย่างไรก็ตามทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นได้มีการเก็บข้อมูลหลักฐานจากกล้องวงจรปิด

และได้นำรถกระบะที่เกิดเหตุไปให้ทางผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับเรื่องของรถยนต์ได้มีการตรวจสอบระบบเบรกเพื่อนำมาประกอบการพิจารณาการกระทำความผิดในครั้งนี้อย่างไรก็ตามทางด้านโชว์รูมก็จะต้องมีการเรียกเก็บค่าเสียหายจากนายเสถียรและภรรยาจากการที่รถตั้ง 3 คันของเขานั้นได้รับความเสียหายรวมถึงโชว์รูมนั้นได้รับความเสียหายเหมือนกัน

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนัน

ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลกยอดรวมกันทะลุหกล้านคนไปแล้ว

           ในขณะนี้นั้นแม้ทุกประเทศทั่วโลกจะเริ่มผ่อนปรนสถานการณ์ภายในประเทศของตนเองให้ประชาชนได้สามารถเอามาใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติแล้วและมีบางประเทศที่สามารถที่จะควบคุมการระบาดของไวรัสโคโรน่าได้แล้วแต่อย่างไรก็ตามจำนวนยอดผู้ติดเชื้อจากผู้รวบรวมกันในขณะนี้นั้นพบว่ามียอดที่สูงมากซึ่งตอนนี้นั้นยอดผู้ติดเชื้อเกิน 6 ล้านคนไปเรียบร้อยแล้วที่สำคัญในตอนนี้นั้นหลายประเทศเริ่มที่จะมีการประกาศคลายล็อกดาวประเทศของตนเองซึ่งนั่นจะนำมา

ซึ่งปัญหาที่ตามมาอีกอย่างมากมายเนื่องจากว่าก่อนหน้านี้เราได้รับประสบการณ์มาจากต่างประเทศเช่นประเทศญี่ปุ่นซึ่งสามารถควบคุมการระบาดของไวรัสโคโรน่าได้แต่เมื่อมีการคลายล็อกดาวน์ เปิดสถานศึกษาและสถานบันเทิงก็ทำให้ประชาชนกลับมาติดเชื้อไวรัสคนละหน้าเพิ่มมากขึ้นซึ่งการกลับมาติดเชื้อครั้งที่ 2 นี้

ทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อในแต่ละวันนั้นเพิ่มขึ้นมากเป็นเท่าตัวเลยทีเดียวและไม่ใช่ที่ประเทศญี่ปุ่นประเทศเดียวเท่านั้นที่เมื่อมีการคลายล็อกดาวประเทศแล้วยอดจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นประเทศจีนหรือแม้แต่ประเทศเกาหลีใต้เองก็กำลังประสบปัญหาเดียวกันซึ่งในขณะนี้เราต้องมาดูว่าประเทศไทยที่กำลังจะมีการคลายล็อกดาวน์เฟสที่ 3

ซึ่งกำลังจะเริ่มมีผลวันที่ 1 มิถุนายนนี้จะเป็นยังไงบ้างและยิ่งถ้า 1 กรกฎาคมนั้นมีการเปิดการเรียนการสอนของเด็กนักเรียนแล้วจำนวนผู้ติดเชื้อจะขยับกลับมาเยอะมากขึ้นกว่าเดิมหรือไม่ต้องลองมาดูอีกทีแต่อย่างไรก็ตามสถานการณ์ทั่วโลกรวมกันในตอนนี้นั้นพบว่าจำนวนผู้ติดเชื้อจากทั่วโลกมียอดสูงขึ้นมากโดยเฉพาะในเขตอเมริกาและยุโรปซึ่งประเทศเหล่านั้นกำลังมีการทยอยคลายล็อกดาวน์ประเทศของตนเองเช่นเดียวกัน ให้เรานั้นยังไม่สามารถที่จะควบคุม

การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19  ได้เลยก็ตามแต่เนื่องจากว่าหากยังคงมีการปิดล็อกต่อไปนั้นก็จะทำให้เศรษฐกิจของประเทศไม่กระเตื้องและจะมีผลกระทบกับเศรษฐกิจของประเทศเป็นอย่างมากดังนั้นหลายประเทศผู้นำจึงต้องตัดสินใจที่จะให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติเพื่อให้เศรษฐกิจของประเทศสามารถเดินหน้าต่อไปได้นั่นเอง

ซึ่งหลังจากนี้ทั่วประเทศจะต้องมีการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ให้ดีมากขึ้นกว่าเดิมจากที่ผ่านมาทุกคนจะต้องมีการสวมใส่หน้ากากอนามัยรวมถึงจะต้องมีการล้างมือบ่อยๆและควรจะต้องเว้นระยะห่างกันประมาณ 1 เมตรถึง 2 เมตรเพื่อที่จะเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19ส่งถึงการนั้นเองเราสามารถที่จะดูแลบุคคลในประเทศของเรา

ได้แบบนี้ก็จะทำให้ประเทศนั้นสามารถหยุดยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าได้แต่ถ้าหากประชากรของประเทศไหนไม่ให้ความร่วมมือและเราก็รับรองว่าการกลับมาของไวรัสรอบที่ 2 นั้นจะทำให้ประเทศนั้นๆได้รับผลกระทบอย่างใหญ่หลวงมากกว่าครั้งแรกเลยทีเดียว

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนัน มั่นคง

เหตุกราดยิงเจ้าหน้าที่ สวท. จังหวัดพิษณุโลก

เหตุกราดยิงเจ้าหน้าที่ สวท. จังหวัดพิษณุโลก คนร้ายอ้างทนแรงกดดันไม่ไหวถูกต่อว่าบ่อยครั้ง

                 ที่จังหวัดพิษณุโลกเกิดเหตุการณ์ที่มีผู้เสียชีวิตจำนวน 3 คนและมีผู้บาดเจ็บสาหัสจำนวน 1 คนจากเหตุการณ์กราดหยิ่งในห้องส่งที่สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดพิษณุโลกโดยเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นเนื่องจากว่ามีชายหนุ่มคนหนึ่งที่ชื่อว่านายวิมซึ่งเขาเป็นพนักงานการช่างไฟฟ้าที่ทำงานอยู่ในสถานีวิทยุกระจายเสียงที่จังหวัดพิษณุโลกนั่นเอง ซึ่งหลังจากที่ได้ก่อเหตุการณ์ยิงคนในสถานีวิทยุกระจายเสียงแล้วก็ไม่ได้เดินทางหนีไปที่ไหนเลยเขายังคงยืนรอมอบตัว

กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยเขาได้มีการให้เหตุผลเกี่ยวกับเรื่องของการกราดยิงในครั้งนี้ว่าเขามีแรงกดดันจากการที่ถูกทางหัวหน้างานนั้นต่อว่าเรื่องของการทำงานอยู่บ่อยครั้งซึ่งการทำงานแต่ละครั้งนั้นเขาจะถูกต่อว่าอยู่คนเดียวเป็นประจำเสมอทำให้เขารู้สึกว่าเขาทนไม่ไหวเกิดความเครียดจึงได้นำอาวุธปืนเดินทางมาที่ห้องส่งแล้วก็ทำการกราดยิงคนที่อยู่ในห้องส่งจนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต

ซึ่งผู้ที่เสียชีวิตหนึ่งในนั้นเป็นถึง ผอ. สวท.พิษณุโลกเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นระหว่างที่มีการถ่ายทอดสดดังนั้นประชาชนที่มีการเปิดฟังคลื่นวิทยุดังกล่าวจึงได้ยินเสียงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดโดยหลายคนได้ออกมาพูดถึงเรื่องนี้ว่าขณะที่ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นภายในบริเวณห้องตรงนั้นยังได้ยินผู้เสียชีวิตรายหนึ่งพูดเกี่ยวกับเรื่องของการถูกสังหารในครั้งนี้ว่าเขาทำอะไรผิดถ้าเขาทำไงทำให้หลายคนนั้นเกิดความรู้สึกสะเทือนใจกับเหตุการณ์ในครั้งนี้มากอย่างไร

ก็ตามหลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมตัวนายวิมไปเรียบร้อยแล้วมีบุคคลอื่นที่ทำงานอยู่ในสถานีวิทยุกระจายเสียงไม่ออกมาให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่านายเป็นคนนิสัยหัวร้อนใครว่าอะไรก็จะเกิดความไม่พอใจก่อนหน้านี้กับผอ. คนเดิมนายวิมก็เคยใช้ปืนขู่เพราะไม่พอใจที่ท่านผอนั้นบอกให้นายวิมขนของเก่าออกไปทิ้งและหลังๆมานี้นายวิม

ก็ก่อเรื่องให้ที่ทำงานได้รับความเสียหายอยู่เป็นประจำจึงทำให้ถูกดุ สำหรับฉนวนเกิดเหตุในครั้งนี้น่าจะเกิดจากว่าตั้งผอคนใหม่ต้องการที่จะมีการรื้อถอนที่พักอาศัยอยู่นายวิมนั้นได้มีการนำของไปวางไว้จึงได้สั่งให้ย้ายออกเพราะว่าต้องการสร้างเป็นที่พักอาศัยให้กับพนักงานที่ทำงานที่สถานีคลื่นวิทยุนั่นเองอย่างไรก็ดีจากการตรวจสอบเบื้องต้นและพบว่านายวิมนั้นน่าจะมีอาการทางประสาทซึ่งจะต้องมีการส่งเรื่องนำนายวิม ไปทำการตรวจสอบผลทางประสาทอีกครั้งหนึ่ง 

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนัน ต่างประเทศ

หนุ่มเจอหลวงเจ๊ทักแชทไปหาแล้วจะจ่ายค่าเลี้ยงดูให้

           กำลังเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์เมื่อมีชายคนหนึ่งได้ออกมาโพสต์ Facebook ส่วนตัวเกี่ยวกับเรื่องของรูปพระรูป 1 ได้มีการทักข้อความมาหาชวนให้ไปหาที่วัดแล้วจะมีการขายค่าขนมโดยเมื่อถูกเขาปฏิเสธไปพระดังกล่าวก็มีการพิมพ์ข้อความกลับมาโดยระบุว่าให้ระวังตัวให้ดีให้เงินใช้ดีๆแล้วไม่อยากได้อาจจะโดนคนมาฉุด

ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวนี้ชายหนุ่มได้มีการระบุว่าได้มีการแจ้งความเอาไว้แล้วกับเจ้าคณะ สำหรับข้อความที่โพสต์นี้ใช่หนุ่มคนดังกล่าวได้มีการโพสต์ข้อความรวมถึงรายละเอียดข้อความแชทที่มีการพูดคุยกับพระรูปแห่งหนึ่งซึ่งข้อความนี้ถูกโพสต์เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคมปีพศ. 2563 เขาระบุว่าหลวงพ่อที่ไม่ใช่หลวงพ่อแต่กลายเป็นหลวงเจ๊ซึ่งในข้อความนั้นจะเห็นได้ว่าพระรูปนั้นพยายามที่จะเชิญชวนชายหนุ่มให้มาหาที่กุฏิ

แต่ถูกปฏิเสธทำให้ไม่พอใจและข้อความนี้เมื่อมีการเผยแพร่ออกไปมีหลายคนเข้ามาเขียน Comment ถึงชายหนุ่มคนที่โพสต์ว่าพวกเราเองนั้นก็เคยถูกพระรูปนี้ชักชวนให้ไปหาที่กุฏิเช่นเดียวกันหลายคนมองว่าพระองค์นี้อาจจะเป็นพระปลอมจึงได้มีการสร้างเรื่องเชิญชวนให้คนไปหาแต่อย่างไรก็ดีชายหนุ่มที่มีการโพสต์ Facebook ได้มีการระบุมาว่าขณะนี้ตัวเองได้มีการแจ้งเรื่องพฤติกรรมของพระรูปนี้ไปทางเจ้าคณะเรียบร้อยแล้ว

       สำหรับเรื่องของการประพฤติตัวของพระที่กำลังเป็นข่าวโด่งดังอยู่ขนาดนี้อาจจะต้องรอทางเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบอีกครั้งหนึ่งว่าที่จริงแล้วข้อความที่ถูกส่งมาหาชายหนุ่มนี้เป็นพระองค์นี้จริงๆที่ต้องการแชทมาหาชายหนุ่มก็ชวนให้ไปที่วัดหรือไม่หรืออาจจะเป็นพระองค์นี้ถูกใส่ร้ายและถูกนำรูปมาเพื่อใส่ร้ายว่าเป็นการกระทำผิดศีลของพระรูปนี้เพื่อต้องการสร้างความเสื่อมเสียชื่อเสียงให้กับพระรูปนี้กันแน่ดังนั้นตอนนี้ทางเราโซเชียลจึงยังไม่ควรที่จะฟันธงว่าจริงๆแล้ว

พระรูปนี้มีความผิดหรือไม่ต้องรอการสืบสวนสอบสวนก่อนเพราะในขณะนี้พระที่อยู่ในรูปโปรไฟล์ที่กำลังมีการพูดถึงกันอยู่ในขณะนี้ยังไม่ได้ออกมาตอบรับหรือปฏิเสธถึงการกระทำผิดศีลในครั้งนี้และยังไม่ได้มีการออกมาอธิบายเกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นที่โด่งดังอยู่ในโลกโซเชียลในขณะนี้ดังนั้นอาจจะต้องรอดูผลการตรวจสอบของทางเจ้าคณะเพิ่มเติม 

     สำหรับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของพระสงฆ์นั้น เรามักพบเห็นกันอยู่บ่อยครั้งแต่บางครั้งก็อาจจะเป็นการกระทำของฝีมือคนอื่น ดังนั้นต้องรอผลการตรวจสอบเสียก่อน

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  sagame888

หนุ่มอาศัยทีเผลอ หลังทำเนียนยืมไฟแช็ก

หนุ่มอาศัยทีเผลอ หลังทำเนียนยืมไฟแช็กมาใช้แล้วก็ย้อนมาฉกมือถือไปต่อหน้าต่อตาเจ้าของ

           ในช่วงนี้เป็นช่วงที่หลายคนได้รับผลกระทบจากการหยุดการแพร่ระบาดของไวรัสที่รัฐบาลได้มีการประกาศปิดกิจการหรือธุรกิจบางอย่างชั่วคราวทำให้หลายคนต้องตกงานและอดอยากเพราะไม่มีเงินซื้อข้าวกินส่งผลให้ปัจจุบันนี้เรามักจะพบเห็นโจรขโมยชุกชุมและการขโมยของพวกโจรเหล่านี้ก็มาในหลากหลายรูปแบบแตกต่างกันออกไป

โดยล่าสุดได้มีการแชร์คลิปวีดีโอคลิป 1 ลงใน Facebook ซึ่งคลิปวีดีโอนี้จะเห็นได้ว่าที่บ้านเช่าแห่งหนึ่งซึ่งเป็นลักษณะของห้องแถวมีผู้หญิงคนนึงกำลังยืนอยู่ที่หน้าประตูห้องหลังจากนั้นไม่นานก็มีผู้ชายคนหนึ่งเดินมาหาเธอและทำทีมาขอยืมไปแชทของเธอเพื่อไปจุดสูบบุหรี่เมื่อหญิงสาวหยิบไฟแช็คส่งให้เขาก็ไปจุดบุหรี่ สูบหลังจากนั้นก็ชวนหญิงสาวคุยสักพักนึงก่อนที่จะนำไปเช็คมาคืนเธอ

เมื่อเธอรับไฟแช็คกับคืนมาแล้วก็เหมือนกับว่าชายคนนั้นจะเดินออกไปเธอจึงได้เดินเข้าห้องพักของตนเองหลังจากนั้นชายคนดังกล่าวย้อนกลับมาอีกครั้งหนึ่งแล้วเดินเข้าไปในบ้านเธอพร้อมทั้งหยิบมือถือของเธอออกมาแล้ววิ่งหนีหายไปซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ที่หน้าบ้านของหญิงสาวคนดังกล่าวได้มีการตั้งกล้องวงจรปิดเอาไว้

จึงทำให้เห็นหน้าคนร้ายได้อย่างชัดเจนซึ่งเธอได้นำคลิปภาพถ่ายนี้ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจไว้แล้วแต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่สามารถจับคนร้ายได้เธอจึงได้นำคลิปนี้มาโพสต์ลงโซเชียลเพื่อให้ชาวโซเชียลช่วยตามหาหากใครเจอก็สามารถโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เพื่อที่จะได้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจไปจับกุมตัวชายคนดังกล่าวสำหรับเหตุการณ์ในครั้งนี้นั้นเกิดขึ้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชที่อำเภอนาบอน

         ช่วงนี้เป็นช่วงที่ทุกคนต้องระวังกันเป็นอย่างมากเกี่ยวกับเรื่องของการเก็บรักษาทรัพย์สมบัติของตนเองให้ดีไม่ว่าการออกไปข้างนอกหรือแม้แต่การเก็บรักษาทรัพย์สมบัติที่อยู่ภายในบ้าน เพราะตอนนี้มีตอนออกอาละวาดชุมชนพื้นที่ซึ่งเมื่อไม่กี่วันนี้เราก็จะได้ข่าวเรื่องของโจรปล้นธนาคารและโจรปล้นหญิงสาวที่ไปเบิกเงินที่ธนาคารรวมถึงก่อนหน้านั้นก็มีโจรขึ้นบ้านและได้ฆ่าเจ้าของบ้านจนเสียชีวิตยังมีอีกหลายเหตุการณ์ที่มีการปล้นหรือขโมยทรัพย์สินกัน

เนื่องจากว่าตอนนี้ทุกคนต่างก็ตกงานไม่มีเงินใช้ดังนั้นหลายคนจึงได้ปั่นตัวเองจากคนดีๆมาเป็นโจรก็ต้องหาเงินเลี้ยงตนเองเพื่อไม่ให้อดตายซึ่งสถานการณ์นี้คงจะเป็นแบบนี้ไปอีกสักพักหนึ่งจนกว่าเศรษฐกิจของประเทศไทยจะดีขึ้นดังนั้นในระหว่างนี้หากใครออกนอกบ้านแล้วมีการใส่สร้อยทองก็ควรจะมีการเก็บรักษาไว้ให้ดีอย่าใส่รอดสายตาของโจรไม่เช่นนั้นอาจจะถูกกระชากสร้อยได้

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  bk8

โจรปล้นสาวสหกรณ์การเกษตรได้เงินไปกว่า 1 ล้านบาท

   ที่จังหวัดเชียงรายเกิดเหตุการณ์โจรปล้นสาวพนักงานบัญชีสหกรณ์การเกษตรเชียงแสนโดยคนร้ายได้เงินจากการปล้นในครั้งนี้ไปมากกว่า 1 ล้านบาทซึ่งเหตุการณ์โจรปล้นในครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงเวลา 9:45 นของวันที่ 18 เดือนพฤษภาคมพ.ศ 2563 ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้นางสาววัชรินทร์ได้มีการเล่าเรื่องให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจฟังว่าในทุกๆวันนั้นตนเองจะต้องมีหน้าที่มาทำการเบิกเงินที่ธนาคารเพื่อนำเงินดังกล่าวไปซื้อข้าวต่อจากชาวบ้านโดยตนเองนั้นทำงานที่สหกรณ์การเกษตรเชียงแสนในวันนี้เธอได้เดินทางมาเบิกเงิน

โดยนำเงินใส่ถุงเงินเอาไว้และมีคนขับรถจอดรออยู่เมื่อเธอถือถุงเงินขึ้นมาบนรถกำลังจะออกรถก็มีชายใส่หมวกกันน็อคเดินมาเคาะกระจกฝั่งที่เธอนั่งเมื่อเธอเปิดกระจกรถถามถึงธุระที่ชายคนดังกล่าวมาเคาะเขาก็กระชากถุงเงินออกไปจากรถทันทีพร้อมทั้งยังหันกระบอกปืนมาที่เธอและคนขับรถพร้อมกับประกาศห้ามไม่ให้คนขับรถขับรถตามหลังจากนั้นก็นำถุงเงินเดินอ้อมไปทางด้านหลังรถซึ่งมีรถมอเตอร์ไซค์ จอดรออยู่หลังจากนั้นก็ขับรถหนีไปโดยเห็นว่ามีการขับรถเข้าไปในซอยที่อยู่ด้านข้างของร้านทวียนต์

ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้มีคนเห็นเหตุการณ์เยอะมากแต่ไม่มีใครสามารถเข้าไปช่วยเหลือได้ทันเพราะเหตุใดขึ้นเร็วมากโดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังมีการประสานงานขอข้อมูลจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางต่างๆและจะรีบดำเนินการจับตัวคนร้ายให้เร็วที่สุดเพราะคดีนี้ถือว่าคนร้ายได้ดำเนินการปล้นแบบอุกอาจมากซึ่งหลังจากมีการติดตามคนร้ายเป็นได้สักระยะหนึ่งก็พบว่าตรงบริเวณถนนซอยหลังธนาคารการเกษตรและสหกรณ์คนร้ายได้มีการทิ้งหมวกกันน็อคเอาไว้ซึ่งตำรวจคาดว่าน่าจะรู้ตัวคนร้ายในเร็วๆนี้เนื่องจากว่าจะมีการนำ DNA จากหมวกกันน็อคไปหาตัวคนร้ายและยังมีการตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามสถานที่ต่างๆเพิ่มเติม

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคนร้ายน่าจะรู้จักเส้นทางบริเวณนั้นเป็นอย่างดีและที่สำคัญต้องรู้อีกว่ารถคันไหนที่จะมาเบิกเงินที่ธนาคารแสดงว่าคนร้ายอาจจะเป็นคนที่รู้จักกับคนในธนาคารที่มาเบิกเงินหรือไม่คนร้ายก็ต้องมีมาดูลาดเลาแล้วหลายครั้งถึงรู้ว่านางสาววัชรินทร์จะมาเบิกเงินช่วงเวลาไหนถึงได้ลงมือก่อเหตุได้อย่างถูกต้องแม่นยำอะไรก็ดีทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอาจจะต้องมีหาเบาะแสจากพนักงานในธนาคารอีกทางหนึ่งด้วยก็เป็นไปได้เช่นเดียวกันว่าพนักงานในธนาคารอาจจะรู้เห็นในการมาโอนเงินในครั้งนี้ 

      

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  bk8 mobile

คดีน้องชมพู่ตำรวจตั้งข้อสงสัยไว้สองเรื่องส่วนแม่น้องนั้นอยากฆ่าคนร้ายให้ตายตามน้อง

             ยังคงเป็นข่าวที่น่าเศร้าสลดสำหรับใครหลายคนที่ได้ติดตามข่าวของน้องชมพู่หนูน้อยวัยกำลังน่ารักอายุเพียงแค่ 3 ขวบเท่านั้นที่หายตัวออกจากบ้านที่จังหวัดมุกดาหารเป็นระยะเวลา 4 วันถึงมาพบศพน้องบริเวณภูเขาหลังหมู่บ้านสภาพศพของน้องนั้นอยู่ในสภาพร่างกายเปลือยเปล่าแต่เมื่อทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการนำร่างของน้องไปตรวจพิสูจน์หาหลักฐานร่องรอยการถูกข่มขืนกับพบว่าน้องยังไม่ได้ถูกข่มขืนแต่อย่างใด

ซึ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้นั้นทางครอบครัวของน้องได้ออกมาแสดงความคิดเห็นโดยมีการระบุว่าอยากจะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจับตัวคนร้ายมาลงโทษให้ได้เพราะคนร้ายจิตใจอำมหิตมากที่ทำร้ายเด็ก 3 ขวบได้ลงคอและพ่อแม่ของน้องก็ยืนยันว่าไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับคนในหมู่บ้านคนไหนมาก่อนซึ่งก่อนหน้านี้ที่มีคนถามเรื่องของการที่พ่อของน้องมีเรื่องทะเลาะกับน้องชายเกี่ยวกับเรื่องของรถมอเตอร์ไซค์นั้น

แม่ของน้องยืนยันว่าไม่เชื่อว่าน้องชายจะพาน้องไปฆ่าเพราะเรื่องทะเลาะกันนั้นเป็นเรื่องเล็กน้อยเท่านั้นซึ่งพี่น้องก็สามารถทะเลาะกันได้และไม่ใช่เรื่องที่รุนแรงถึงขนาดที่จะต้องฆ่าแกงกันครั้งก่อนหน้านี้มีคนเคยให้สัมภาษณ์กับนักข่าวว่าสงสัยคนในหมู่บ้านที่มีอาการเหมือนคนบ้าซึ่งเคยมาเล่นกับน้องชมพู่อยู่ประมาณ 2 ครั้งนั้นแม่ของน้องยืนยันว่ายังไม่เคยทราบว่าชายที่เป็นบ้าคนดังกล่าวคือใครส่วนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการจับกุมตัวผู้ชายคนหนึ่งที่อยู่ข้างบ้านห่างจากบ้านของน้องชมพู่ประมาณ 250 เมตรนั้น

จากการตรวจสอบเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันได้ว่าชายคนดังกล่าวไม่เกี่ยวกับการฆ่าน้องชมพู่อย่างแน่นอนเนื่องจากมีการนำหลักฐานทางดีเอ็นเอ ยืนยันได้ว่าชายดังกล่าวไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องการหายตัวไปของน้องชมพู่แน่นอน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการตั้งประเด็นเกี่ยวกับการหายตัวไปและการเสียชีวิตของน้องชมพู่ไว้ 2 กรณีนั่นก็คือกรณีแรกนั้นอาจจะมีบุคคลที่สามที่เดินทางเข้ามาในหมู่บ้านแล้วมาลักพาตัวน้องชมพู่ออกไปกับพี่กรณีหนึ่งนั่นก็คือน้องอาจจะมีการเล่นเพลินแล้วเดินหลงทางเข้าไปในป่าเอง

ก็เป็นได้สำหรับเนื้อเรื่องหัวข้อนี้นั้นทางแม่ของน้องชมพู่ได้ออกมาชี้แจงว่าเป็นไปไม่ได้ที่น้องชมพู่นั้นจะเดินหลงป่าเข้าไปเองเพราะบริเวณที่พบศพน้องชมพู่นั้นห่างจากบ้านประมาณ 5 กม. ด้วยกันที่สำคัญหลังบ้านนั้นเป็นป่า ที่รกมากมากซึ่งไม่สามารถเดินทางต่อไปได้ปกติแล้วผู้ใหญ่ก็ยังต้องขับรถไปเลยเพราะมีความใกล้ถึง 3 กิโลเมตร ส่วนที่เหลืออีก 2 กิโลเมตรนั้นก็เป็นพื้นที่บนเขาเชื่อแน่นอนว่าเด็กอายุแค่เพียง 3 ขวบเท่านั้น

ไม่มีทางที่จะเดินทะลุป่าไปถึงภูเขาได้แน่นอนถึงแม่ของเด็กยังพูดอีกว่าอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับตัวคนร้ายมาได้สักทีเพราะอยากจะรู้ว่าเหตุผลอะไรถึงได้จับตัวน้องไปและทำไมถึงได้ฆ่าน้องให้ตายเพราะน้องเองก็เปลี่ยนเป็นเด็กและไม่เคยไปสร้างความเดือดร้อนให้กับใครและตัวพ่อกับแม่ของเด็กเองก็มั่นใจว่าตนเองนั้นไม่เคยทำร้ายใครให้มีการเจ็บแขนมากมายถึงขนาดที่จะสามารถฆ่ากันให้ตายได้

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ทางเข้าbk8

คนร้ายขโมยรถตำรวจหลบหนี

สำหรับเหตุการณ์นี้ได้เกิดขึ้นมาช่วงบ่ายวันที่10ที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งก็ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเขาก็ได้ขับรถยนต์ออกไปตรวจตราดูแลความเรียบร้อย ผลปรากฎว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้พบรถกะบะคันหนึ่งที่ได้จอดอยู่ข้างทางจากนั้นดูท่าทีเหมือนจะดูมีพิรุธ จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ขับรถยนต์เข้าไปขวางที่หน้ารถของผู้ต้องสงสัยจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ลงรถยนต์

มาเพื่อที่จะขอทำการตรวจค้นรถกะบะคันที่ดูมีพิรุธ ผลปรากฎว่าคนร้ายก็ได้อาศัยจังหวะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นเข้าทำการตรวจรถเขาก็ได้วิ่งขึ้นไปที่รถเจ้าหน้าที่ตำรวจจากนั้นก็ได้ขับรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจขับหลบหนีไปและขับหนีไปอย่างรวดเร็วจากนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจตัวก็ต้องขับรถของคนร้ายขับไล่ตามไปอีกจากนั้น

ทางฝั่งของคนร้ายนั้นก็ได้ขับรถยนต์หลบหนีไปที่จังหวัดกาฬสินธุ์และได้ขับไปโพล่ที่จังหวัดนครพนมซึ่งก็ได้บันทึกรูปภาพเอาไว้ได้เป็นด่านจุดตรวจคัดกรองในพื้นที่ของตำบลหนองบ่อ อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม สำหรับรถของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่คนร้ายได้ลักรอบขับมาซึ่งมันก็ได้เป็นรถของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่คนร้ายนั้นขับและก็ได้ขับผ่านด่านตรวจคัดกรองไปเลย

ลำดับเหตุการณ์ให้ได้ฟังกันแบบนี้ในช่วงบ่ายของเมื่อวานประมาณซักบ่าย2ครึ่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ เขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์ ก็ได้ขับรถยนต์เพื่อตรวจดูความเรียบร้อยไปตามถนนสายนาคูจากนั้นพอเจ้าหน้าที่ตำรวจขับรถไปถึงที่หน้าการอำเภอเขาวง จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็ได้พบรถกะบะของผู้ต้องสงสัย อีซูซู สีส้ม ทะเบียน 7กฎ431กรุงเทพ

ที่ได้จอดอยู่ฝั่งริมถนนที่หน้าร้านอาหารแห่งหนึ่งเจ้าหน้าที่ก็ได้จอดรถยนต์ขวางหน้ารถเอาไว้ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงมาจากรถและก็ขอทำการตรวจรถกะบะคันที่ต้องสงสัย ผู้ชายวัยรุ้นที่ขับรถกะบะผู้ต้องสงสัยก็ได้ฉวยโอกาสในตอนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นเผลอลงมาจากรถยนต์ของตัวเองรีบวิ่งหนีไปที่รถของตำรวจ ซึ่งรถของเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นได้จอดติดเครื่องเอาไว้ไม่ได้ถอดกุญแจออกมา ซึ่งเขาก็ได้ขับรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจทำการหลบหนีกันไปเลย

จึงทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องขึ้นไปบนรถของคนร้ายแล้วก็ขับรถตามหลังเกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่ก็ได้วิทยุแจ้งเพื่อให้ช่วยกันทำการจะกัดจับรถของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้มีคนร้ายได้ขับเอาไปคนร้ายก็ได้ขับรถของเจ้าหน้าที่ตำรวจหนีไปเส้นทางจากอำเภอเขาวงจังหวัดกาฬสินธุ์ เข้าไปพื้นที่ อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร จากนั้นก็ได้ขับต่อไปเส้นทางอำเภอโครศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร และได้เข้าสู่พื้นที่ อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม

จากนั้นก็ได้ทำการตรวจรถกะบะของคนร้ายผลปรากฎว่าไปเจอยาบ้าจำนวน สองมัด 4,000เม็ดซึ่งมันก็ได้เป็นสาเหตุที่ทำให้คนร้ายนั้นได้ลักรอบขับรถของเจ้าหน้าที่ตำรวจหลบหนี

 

สนับสนุนโดย  rb888

ปัญหาเกี่ยวกับความเอื้ออารีหลังจากที่มีการเปิดให้ใช้งานตู้ปันสุข

       ช่วงนี้ประเทศไทยจะเห็นว่าหลายๆจังหวัดได้มีการนำแนวความคิดนำตู้ที่เราเรียกกันว่าตู้ปันสุขออกมาวางไว้ตามจุดต่างๆซึ่งภายในตู้นั้นจะมีข้าวสารอาหารแห้งนมปลากระป๋องหรือแม้แต่ขนมนำมาวางไว้ในตู้เพื่อที่จะให้ใครก็ได้ที่ขาดแคลนสามารถมาหยิบของในตู้นั้นได้ฟรีโดยจ่ายเงินเลย

ซึ่งหลายคนมองว่าหากใครที่มีความสามารถพอที่จะซื้อของมาใส่ที่ตู้เพื่อเป็นการแบ่งปันให้กับคนอื่นได้ก็สามารถนำมาใส่ที่ตู้ต่างๆได้เลยโดยที่ไม่ต้องมาแสดงตนว่าใครเป็นคนนำของเรานั้นบริจาคเพราะเป็นตู้ที่ให้สำหรับทุกคนเอาไว้ร่วมแบ่งปันกันในขณะเดียวกันคนที่มารับของจากตู้นั้นก็ควรจะต้องมีจิตสำนึกที่ดีในการที่จะมาหยิบของไปโดยต้องมองว่าเราขาดแคลนอะไรแล้วเอาไปเฉพาะที่จำเป็นเท่านั้นซึ่งตุ้ปันสุขนี้ จะมีการนำของมาเติมให้กับประชาชนเรื่อยๆ

จากผู้ที่มีจิตใจบุญที่อยากจะช่วยเหลือผู้ยากไร้แต่จำนวนผู้ยากไร้ที่ขาดแคลนอาหารนั้นค่อนข้างมีเยอะดังนั้นเราจึงควรต้องแบ่งปันซึ่งกันและกันไม่ควรที่จะนำของในตู้ไปเองทั้งหมดโดยปัญหาที่เรากำลังคบอยู่ในปัจจุบันนั้นก็คือความเห็นแก่ตัวของคนบางคนซึ่งเรามักจะพบว่าเมื่อนำของมาวางไว้ในตู้นั้นคนที่มาหยิบของจากในตู้ไม่หยิบในปริมาณที่พอเพียงเท่านั้น

แต่กลับหยิบไปเกือบทั้งหมดที่มีอยู่ในตู้ซึ่งเอาไปเก็บไว้ที่บ้านโดยกลัวว่าจะไม่มีกินหรือจะขาดแคลนซึ่งไม่สมควรทำเป็นอย่างยิ่งหลายที่มีการระบุอย่างชัดเจนว่าแต่ละคนที่จะหยิบของไปได้นั้นหยิบได้ไม่เกินกี่ชิ้นแต่เมื่อเรามีการตั้งกล้องตรวจสอบดูก็จะเห็นว่าผู้ที่มารับของที่ตู้ไปนั้นไม่ทำตามเงื่อนไขที่มีการระบุเอาไว้ให้เลย

ซึ่งบางสถานที่อย่างเช่นบางคนมีการตั้งตู้ไว้ที่หน้าบ้านของตนเองเมื่อของในตู้หมดคนที่มาเพื่อหวังจะเอาของภายในตู้แล้วไม่ได้ก็จะไปกดกริ่งที่หน้าบ้านของเจ้าของตู้เพื่อหวังที่จะให้เจ้าของตู้เอาของออกมาให้ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่สมควรอย่างยิ่งดังนั้นจึงมีหลายคนที่มองว่าเมื่อมีการช่วยเหลือออกไปแล้วถูกกระทำเหมือนถูกคุกคามอย่างเช่น

การกดกริ่งหรือการตะโกนด่าเมื่อคนที่มาเอาของแล้วไม่มีของจะให้ทำให้หลายคนเริ่มที่จะเลิกล้มความคิดที่จะมีการช่วยเหลือและแบ่งปันคนไทยด้วยกันและมีไหลคลิปที่มีการออกมาเผยแพร่เรื่องของคนที่มาเอาของที่ตู้ปันสุข แล้วเกิดการแย่งและทะเลาะกันทำให้หลายฝ่ายเริ่มหันมามองว่าการที่ทำตู้ปันสุขออกมานี้มันดีจริงหรือไม่

        อย่างไรก็ดีอยากให้หลายๆคนคิดถึงว่าสิ่งที่เราได้จากตู้ปันสุขนั้นเป็นสิ่งที่คนนำมาบริจาคให้ดังนั้นควรจะนึกถึงคนอื่นๆที่ได้รับความเดือดร้อนเช่นเดียวกันกับเราว่าเราควรจะแบ่งปันให้กับคนอื่นด้วยเช่นเดียวกันเพราะตู้ปันสุขนั้นจะมีการนำมาเติมของให้เป็นประจำอยู่แล้วดังนั้นเราควรเอาของไปแค่พอใช้พอกินชั่วคราวก่อนและเมื่อหมดเราสามารถมาหยิบเพิ่มได้ภายหลัง

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  bk8 line

ร้านค้าพังเสียหาย

ร้านค้าพังเสียหายเหตุเพราะไม่ขายเหล้าในช่วงเคอร์ฟิว 

          เมื่อคืนวันที่ 9 เดือนพฤษภาคมปีพศ 2563 ช่วงเวลาประมาณห้าทุ่มตรง  ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุจากชาวบ้านแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรีว่ามีกลุ่มวัยรุ่นได้บุกเข้ามาทำร้ายทำลายข้าวของจนได้รับความเสียหายเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเดินทางไปยังจุดที่เกิดเหตุพบว่าสถานที่เกิดเหตุนั้นอยู่ตรงริมถนนบายพาส 36 แล้ว

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบว่าสถานที่เกิดเหตุนั้นเป็นร้านค้าเจ้าของร้านบอกว่าตนเองถูกกลุ่มวัยรุ่นประมาณ 10 กว่าคนเข้ามาทำร้ายพังข้าวของภายในร้านส่วนสาเหตุที่ร้านถูกพังนั้นเนื่องจากว่ามีกลุ่มวัยรุ่นมาขอซื้อเหล้าในช่วงเวลาเคอร์ฟิวเมื่อถูกทางร้านปฏิเสธไม่ขายของให้กลุ่มวัยรุ่นเกิดความไม่พอใจจึงได้พากันมาทำร้ายและทางเข้าของภายในร้านรวมถึงรถยนต์ที่จอดอยู่หน้าร้านพังเสียหายโดยเหตุการณ์เกิดขึ้นช่วงเวลาประมาณตั้งแต่ สี่ทุ่มในตอนแรกนั้นมีกลุ่มวัยรุ่นประมาณ 3 คน

ได้เดินทางมาที่ร้านเดินมาขอซื้อเหล้ากับทางเจ้าของร้านซึ่งตอนนั้นร้านได้ปิดเรียบร้อยแล้วแต่ทางวัยรุ่นได้มาตะโกนขอเลือกซื้อเหล้าโดยทางเจ้าของร้านก็บอกว่าตอนนี้ร้านปิดแล้วเพราะเป็นช่วงเคอร์ฟิวไม่สามารถขายให้ได้พอวัยรุ่นทั้ง 3 คนรู้ว่าเจ้าของร้านไม่ยอมขายเหล้าให้ก็บอกตะโกนด่าด้วยคำพูดที่หยาบคายอยู่หน้าร้านซึ่งยืนด่าได้สักพักหนึ่งทั้งสามคนก็ออกไป

หลังจากนั้นไม่นานทั้งสามคนก็กลับมาใหม่หลังจากนั้นก็เข้ามาทำร้ายคนภายในร้านได้มีการทำลายข้าวของภายในร้านซึ่งลูกชายที่อยู่ในร้านและก็ลูกสะใภ้ก็ได้พยายามห้ามไม่ให้ทั้ง 3 คนทำลายข้าวของภายในร้านหลังจากที่กลุ่มวัยรุ่นเข้ามาทำลายข้าวของภายในร้านประมาณซัก 10 นาทีพวกเขาก็ออกไปหลังจากนั้นก็พาคนกลับเข้ามาอีกครั้ง

หนึ่งปีนี้รอบนี้มีคนมาเยอะกว่าเดิมและพามาทำลายข้าวของเพิ่มเติมอีกมีการทุบตีข้าวของทุบรถได้รับความเสียหายซึ่งทางเจ้าของร้านที่เป็นลูกชายและภรรยาของเขาต้องมีการหนีไปหลบซ่อนอยู่ที่หลังบ้านโดยซ่อนไว้อยู่ในเล้าไก่เพราะกลัวจะถูกทำร้ายชนกลุ่มวัยรุ่นทั้งหมดสั่งของภายในร้านหมดแล้วพอใจแล้วก็พากันจากไปหลังจากนั้นลูกชายกับลูกสะใภ้ก็เลยไป

แจ้งความที่สถานีตำรวจโดยทางเจ้าของร้านบอกว่ากลุ่มวัยรุ่นที่มาทำร้ายข้าวของภายในร้านนั้นปกติจะมาซื้อเหล้าที่ร้านนี้เป็นประจำอยู่แล้วและจำได้ด้วยว่าบางคนไม่มีเงินก็มาขอติดไว้ก่อนแล้วอีก 2-3 วันถึงเอาเงินมาใช้เกินเส้นทางเจ้าของร้านเองก็ยอมทุกครั้งไม่เคยว่าอะไรแต่การที่กลุ่มวัยรุ่นมาพังข้าวของภายในร้านนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่งแล้วตัวเขาเองก็ไม่คิดว่ากูไม่รู้ดังกล่าวจะกล้าขนาดที่จะเข้ามาพังข้าวของภายในร้านด้วยเช่นเดียวกัน

 

สนับสนุนโดย  rb88